หมวดที่ 4 การจัดการของเสีย
สำนักงานสีเขียว (Green Office) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
| ข้อกำหนดและเกณฑ์การประเมิน (ปี 2569) | ข้อมูลการดำเนินงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. / ไฟล์หลักฐานและลิงก์ |
|---|---|
| หัวข้อ 4.1 การจัดการขยะ | |
| ข้อ 4.1.1 มาตรการหรือแนวทางจัดการขยะที่เหมาะสมกับสำนักงาน มีการสร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของบุคลากร | |
|
(1) กำหนดมาตรการหรือแนวทางจัดการขยะแต่ละประเภทของหน่วยงาน การลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use Plastic) เช่น แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก ถุงหูหิ้ว กล่องบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร เป็นต้น |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการมลพิษและของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมภายในคณะ อย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง (Source Reduction) และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Circular Economy) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ดังมีรายละเอียดการดำเนินงานต่อไปนี้ |
|
(2) มีแผนในการลดปริมาณขยะในภาพรวม เพื่อมุ่งสู่ zero waste |
คณะได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะในภาพรวม โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำหรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดขั้นสุดท้ายให้เหลือน้อยที่สุด และสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Zero Waste หรือการลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การดำเนินงานดังกล่าวให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของบุคลากร นักศึกษา ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้บริการภายในคณะ โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะ การลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม |
|
(3) มีการประกาศเป็นองค์กรปลอดโฟม |
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีแนวทางส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร โดยมุ่งลดการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากโฟม ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยากและอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการจัดการขยะในระยะยาว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงมุ่งส่งเสริมการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว เพื่อก้าวสู่การเป็น องค์กรปลอดโฟม (Foam-Free Organization) โดยการสร้างความร่วมมือจากบุคลากร นักศึกษา ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน |
|
(4) มีการประกาศเจตนารมณ์หรือทำข้อตกลงร่วมกันในองค์กร |
การจัดการขยะภายในพื้นที่ โดยดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดการขยะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกส่วนงานภายในมหาวิทยาลัยนำไปใช้ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เส้นทางการจัดการขยะ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.jpg |
|
(5) มีการรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อลดขยะพลาสติกในองค์กร เช่น การใช้ถุงผ้า การใช้แก้วน้ำส่วนตัว |
คณะส่งเสริมการลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยรณรงค์ให้บุคลากร นักศึกษา ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้บริการภายในคณะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริโภค ด้วยการนำถุงผ้าหรือถุงที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้มาใช้แทนถุงพลาสติกในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นภายในองค์กร และสนับสนุนการบริหารจัดการขยะตามหลักการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง (Reduce) คณะส่งเสริมและรณรงค์ให้บุคลากร นักศึกษา และผู้ใช้บริการภายในคณะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยหันมาใช้แก้วน้ำส่วนตัวแทนการรับแก้วเครื่องดื่มแบบใช้ครั้งเดียวจากร้านค้า เพื่อลดปริมาณขยะจากแก้วพลาสติกและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้กล่องใส่อาหารส่วนตัวแทนการใช้บรรจุภัณฑ์จากร้านค้า โดยรณรงค์ให้บุคลากรนำภาชนะบรรจุอาหารมาซื้ออาหารในโรงอาหาร ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง (Reduce) และสนับสนุนเป้าหมายการบริหารจัดการขยะตามแนวคิด Zero Waste |
|
ข้อ 4.1.2 มีการดำเนินงานตามแนวทางการคัดแยก รวบรวมและกำจัดขยะอย่างเหมาะสม มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้ |
|
|
(1) มีการกำหนดจุดวางถังขยะบริเวณสำนักงานอย่างเหมาะสม และมีการคัดแยกขยะตามประเภทขยะที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในสำนักงาน |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีระบบการจัดการขยะที่ครอบคลุมตั้งแต่การคัดแยก การจัดเก็บ และการนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งดำเนินการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยมีการจัดตั้งจุดทิ้งขยะที่แบ่งแยกตามประเภทของขยะอย่างชัดเจน (เช่น ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะอินทรีย์) กระจายตามจุดต่างๆ ภายในคณะฯ |
|
(2) มีการติดป้ายบ่งชี้ประเภทขยะอย่างถูกต้องและชัดเจนทุกถัง |
เพื่อให้ขยะแต่ละประเภทได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดแนวทางให้ถังขยะทุกประเภทภายในพื้นที่รับผิดชอบมีการติดป้ายสัญลักษณ์และข้อความระบุประเภทขยะอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเข้าใจง่าย เพื่อช่วยลดความสับสนในการทิ้งขยะ ส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง และสนับสนุนการลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดขั้นสุดท้ายตามแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมของคณะ |
|
(3) มีจุดพักขยะหรือโรงพักขยะที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ โดยจะต้องมีพื้นที่รองรับขยะแต่ละประเภทจากข้อ (1) อย่างเพียงพอ |
คณะกำหนดพื้นที่สำหรับรวบรวมและพักขยะจากหน่วยงานและพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ภายในคณะ โดยการจัดสรรพื้นที่สำหรับเป็นจุดพักขยะส่วนกลางเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้ายขยะ ไม่กีดขวางทางสัญจ ทั้งนี้ จุดพักขยะควรมีขอบเขตชัดเจน สามารถควบคุมการเข้าออกได้ตามความจำเป็น และมีพื้นที่เพียงพอ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบสามารถนำขยะมารวบรวมได้อย่างถูกต้อง และสะดวกต่อขั้นตอนการจัดการขยะในลำดับถัดไป |
|
(4) การสำรวจการทิ้งขยะแต่ละประเภทในสำนักงาน มีความถูกต้องทุกจุดที่สุ่มตรวจสอบ |
คณะมีการมอบหมายให้แม่บ้านตรวจสอบถังขยะตามจุดต่าง ๆ ภายในพื้นที่รับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ โดยเปิดตรวจดูภายในถังเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการทิ้งและการคัดแยกขยะให้เป็นไปตามประเภทที่กำหนด เช่น ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอินทรีย์ หากพบว่ามีการทิ้งขยะผิดประเภทหรือมีขยะปะปนกัน จะดำเนินการคัดแยกและจัดการให้เหมาะสมตามแนวทางที่กำหนด พร้อมกันนี้แม่บ้านยังมีส่วนร่วมในการสำรวจความเพียงพอของจำนวนถังขยะและจุดทิ้งขยะในแต่ละพื้นที่ โดยจะรายงานผู้รับผิดชอบเพื่อพิจารณาปรับเพิ่มจำนวนถังหรือปรับตำแหน่งการจัดวางให้เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้การทิ้งขยะเป็นไปอย่างสะดวก ถูกสุขลักษณะ ลดปัญหาขยะตกค้าง และสนับสนุนการคัดแยกขยะอย่างถูกต้องตามแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมของคณะ |
|
(5) มีการจัดทำเส้นทางการจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม และส่งขยะให้กับหน่วยงานที่รับดำเนินการ (สำนักงานเขต/อปท.) หรือผู้รับจ้างที่ได้รับอนุญาตจากกฎหมาย |
การจัดทำเส้นทางการจัดการขยะ (Waste Flow) มีการกำหนดเส้นทางของขยะแต่ละประเภทอย่างชัดเจน สำหรับขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร) จากโรงอาหาร คณะ ได้ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU) นำเศษอาหารเข้าสู่ “ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร” เพื่อผ่านกระบวนการหมักย่อยผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ นำไปผลิตไฟฟ้าและแปรรูปเป็นก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถขนส่งมวลชนของมหาวิทยาลัยต่อไป เส้นทางการจัดการขยะ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.jpg |
|
(6) การติดตาม ตรวจสอบการกำจัดขยะของผู้รับจ้างให้มีการจัดการอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ (กรณีส่งให้สำนักงานเขต/อปท. ให้ถือว่ามีการจัดการอย่างเหมาะสม) |
คณะดำเนินการรวบรวมกระดาษที่ไม่ใช้แล้วจากหน่วยงานและพื้นที่ปฏิบัติงานต่าง ๆ ภายในคณะ โดยคัดแยกกระดาษที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น กระดาษสำนักงาน เอกสารที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานแล้ว และกระดาษประเภทอื่นที่เหมาะสม จากนั้นนำมาจัดเก็บและรวบรวมให้เป็นระเบียบ เพื่อเตรียมส่งจำหน่ายให้แก่บริษัทหรือผู้ประกอบการรับซื้อกระดาษสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะกระดาษที่ต้องนำไปกำจัด ลดการสูญเสียทรัพยากรที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นอกจากนี้ การจำหน่ายกระดาษใช้แล้วยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่วัสดุเหลือใช้ และสนับสนุนแนวทางการลดปริมาณขยะของคณะ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste อย่างยั่งยืน คณะฯ ดำเนินการส่งมอบขยะทั่วไปและขยะอันตรายให้แก่สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU) เพื่อนำไปกำจัดด้วยวิธีที่ปลอดภัย เส้นทางการจัดการขยะ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.jpg |
|
(7) ไม่มีการเผาขยะในบริเวณพื้นที่ของสำนักงาน (ยกเว้นเตาเผาที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้อง) |
คณะให้ความสำคัญกับการจัดการขยะอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันและงดเว้นการเผาขยะ เศษใบไม้ กิ่งไม้ และวัสดุเหลือใช้ในที่โล่งภายในพื้นที่รับผิดชอบของคณะ โดยส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และนำขยะไปจัดการด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การรวบรวมส่งกำจัดตามระบบของมหาวิทยาลัย การนำวัสดุที่สามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล และการนำเศษใบไม้หรือเศษพืชไปใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม แทนการเผาทำลายซึ่งอาจก่อให้เกิดควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากร นักศึกษา และประชาชนโดยรอบ |
|
4.1.3 การนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ขยะที่จะส่งไปกำจัดมีปริมาณน้อยลง |
การจัดการขยะของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ (ERDI-CMU) และศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร ซึ่งกระบวนการจัดการขยะของมหาวิทยาลัยเริ่มจากการคัดแยกขยะตามประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะชีวมวล ขยะอันตราย และขยะจากวัสดุก่อสร้างและโฟม จากนั้นคณะและหน่วยงานจะรวบรวมขยะไปยังจุดพักขยะเพื่อคัดแยกก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยขยะรีไซเคิลสามารถนำเข้าสู่โครงการธนาคารขยะหรือจำหน่ายให้ผู้รับซื้อ ขยะอินทรีย์และขยะทั่วไปบางส่วนจะเข้าสู่กระบวนการจัดการของศูนย์ชีวมวล ส่วนขยะอันตรายจะส่งกำจัดโดยหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต และขยะติดเชื้อจะส่งไปจัดการด้วยเตาเผาประสิทธิภาพสูงของคณะแพทยศาสตร์ตามระบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์จากขยะหลายประเภท เช่น การนำเศษอาหารและขยะอินทรีย์เข้าสู่กระบวนการหมักย่อยเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพและพลังงาน การนำกากไขมันไปผลิตไบโอดีเซล และการนำเศษกิ่งไม้หรือวัสดุชีวมวลไปแปรรูปเป็นถ่านชีวภาพหรือเชื้อเพลิงชีวมวลตามความเหมาะสม ส่วนขยะพลาสติกบางประเภทสามารถนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ได้ ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้และลดผลกระทบจากการกำจัดขยะที่ไม่เหมาะสม |
|
(1) มีการบันทึกข้อมูลปริมาณขยะแต่ละประเภทครบถ้วนทุกเดือน พร้อมแสดงผล |
dashboard ปริมาณขยะ ขยะมีการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงทำให้ขยะลดลง |
|
(2) มีการวิเคราะห์ปริมาณขยะเทียบค่าเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ในหมวด 1 ข้อ 1.1.3 |
|
|
(3) มีการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์หรือนำกลับมาใช้ใหม่ มากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณขยะทั้งหมดของหน่วยงานต่อเดือน หรือมีนวัตกรรม หรือมีการส่งขยะไปเป็นเชื้อเพลิง (RDF) |
ส่งเสริมการจัดการขยะตามแนวทางสำนักงานสีเขียว (Green Office) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ และการลดปริมาณขยะที่ต้องส่งกำจัดให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งกำหนดให้มีการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์หรือนำกลับมาใช้ใหม่มากกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณขยะทั้งหมดต่อเดือน หรือมีนวัตกรรมในการจัดการขยะ หรือมีการส่งขยะไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) |
|
(4) ปริมาณขยะที่ส่งกำจัด (ขยะทั่วไป) มีแนวโน้มลดลง |
|
| หัวข้อ 4.2 การจัดการน้ำเสีย | |
| 4.2.1 การจัดการน้ำเสียของสำนักงาน และคุณภาพน้ำทิ้งจะต้องอยู่ในมาตรฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางดังนี้ | |
|
(1) การกำหนดผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลการจัดการน้ำเสียของหน่วยงาน |
คณะให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งและการจัดการน้ำเสียภายในหน่วยงาน เพื่อให้การระบายน้ำเสียเป็นไปอย่างเหมาะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบบแนวท่อรวบรวมน้ำเสียของมหาวิทยาลัยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองอาคารสถานที่และสาธารณูปโภค ซึ่งรับผิดชอบการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบรวบรวมและระบายน้ำเสียของมหาวิทยาลัย คณะมีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการดูแลและติดตามการจัดการน้ำเสียภายในหน่วยงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสามารถประสานงานกับหน่วยงานส่วนกลางของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้บุคลากรจากหน่วยบริหารจัดการอาคารและสถานที่เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและดูแลระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
ผู้รับผิดชอบทั้งสองรายมีหน้าที่ดูแลและตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบระบายน้ำเสียภายในพื้นที่รับผิดชอบ ติดตามสภาพการใช้งานของแนวท่อระบายน้ำและจุดรวบรวมน้ำเสีย รวมถึงสังเกตความผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำ เช่น การอุดตัน การรั่วไหล กลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือน้ำขังผิดปกติ หากพบปัญหาจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนที่กำหนด |
|
(2) หน่วยงานมีการบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตามบริบทของหน่วยงาน เช่น มีตะแกรงดักเศษอาหาร อุปกรณ์บำบัดน้ำเสีย ถังดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสียเหมาะสมกับองค์ประกอบของน้ำเสีย |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้กำหนดแนวทางการดูแลรักษาถังดักไขมัน โดยให้มีการตักเศษอาหารและกากไขมันออกอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบสภาพถังและท่อระบายน้ำ รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ตามความเหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน เพื่อให้ถังดักไขมันสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กากไขมันที่รวบรวมได้ควรแยกเก็บในภาชนะที่เหมาะสมและป้องกันการรั่วไหล ก่อนประสานงานเพื่อนำส่งเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้อง นอกจากนี้ คณะได้นำกากไขมันจากบ่อดักไขมันไปใช้ประโยชน์เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล ณ ศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI-CMU) โดยใช้เครื่องผลิตไบโอดีเซล CMU-2 ซึ่งเป็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียและลดปริมาณกากไขมันที่ต้องนำไปกำจัด |
|
(3) มีการบำบัดน้ำเสียครบทุกจุดที่มีการปล่อยน้ำเสีย และมีการบำบัดน้ำเสียของหน่วยงาน |
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการดำเนินการบำบัดน้ำเสียอย่างครอบคลุมทุกจุดที่มีการปล่อยน้ำเสียจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในหน่วยงาน โดยมีการจัดการน้ำเสียให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ ก่อนระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำตามแนวทางที่กำหนด โดยมีการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบระบายน้ำและส่งต่อไปยังระบบบำบัดน้ำเสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โรงบำบัดน้ำเสียมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงบำบัดน้ำเสียสวนดอก เพื่อดำเนินการบำบัดตามกระบวนการที่กำหนดก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ หน่วยงานมีการดูแลและตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบำบัดน้ำเสียเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และป้องกันปัญหาน้ำเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของผู้ใช้อาคารและพื้นที่โดยรอบ อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางสำนักงานสีเขียว (Green Office) ของคณะฯ โดยมีการกำหนดรอบเวลาการบำรุงรักษา มีการกำหนดเวลาและความถี่ในการดูแลถังดักไขมันอย่างชัดเจน โดยให้ร้านค้าดำเนินการตักถังไขมันหลังเวลาปิดร้านทุกครั้ง |
|
(4) ระบบบำบัดน้ำเสียอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด |
คณะได้ดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทิ้งจากอาคาร โดยประสานงานกับศูนย์น้ำทิ้ง สวนดอก เพื่อดำเนินการตรวจสุขาภิบาลและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งสำหรับตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียของอาคาร และตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนส่งเสริมการจัดการน้ำเสียภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพและถูกสุขลักษณะ หากผลการตรวจวัดพบว่าคุณภาพน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด คณะจะนำผลการตรวจสอบไปใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียและกำหนดแนวทางการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดการน้ำทิ้งเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
|
ข้อ 4.2.2 การจัดการดูแลการบำบัดน้ำเสีย โดยมีแนวทาง ดังนี้ |
|
|
(1) มีการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย หรือมีการตักและทำความสะอาดเศษอาหาร และไขมันออกจากตะแกรง ดักขยะ หรือบ่อดักไขมัน ตามความถี่ที่กำหนดอย่างเหมาะสมกับปริมาณและการปนเปื้อน |
เพื่อให้ระบบบำบัดน้ำเสียทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม คณะได้กำหนดแนวทางในการดูแล บำรุงรักษา และตรวจสอบการจัดการน้ำเสียอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการป้องกันปัญหาการอุดตัน การสะสมของไขมันและเศษอาหาร ตลอดจนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากการจัดการน้ำเสียที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ คณะได้กำหนดมาตรการให้มีการตักเศษอาหาร เศษวัสดุ และไขมันที่สะสมอยู่บริเวณตะแกรงดักเศษอาหารและบ่อดักไขมันออกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกที่อาจก่อให้เกิดการอุดตันของท่อระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำเสียไหลไม่สะดวก และลดการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากนี้ ยังช่วยลดปริมาณไขมันที่อาจไหลเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบในภาพรวม |
|
(2) มีการจัดการไขมัน น้ำมัน เศษอาหาร จากถังดักไขมัน หรือกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย ไปกำจัดอย่างถูกต้อง |
ระบบบำบัดน้ำเสียรวม น้ำเสียทั้งหมดจากอาคารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ รวบรวมผ่านระบบท่อน้ำเสียเข้าสู่ “ระบบบำบัดน้ำเสียรวม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” (ระบบบำบัดน้ำเสียที่ 3 โรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ มช. และระบบบำบัดน้ำเสียที่ 1 สวนดอก) ดำเนินการโดยกองอาคารสถานที่และสาธารณูปโภค มช. ซึ่งผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้ง มาจากมาตรการการดูแลอย่างเข้มงวด ส่งผลให้คุณภาพน้ำทิ้งของอาคารมีผลผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด สามารถปล่อยเข้าสู่ระบบระบายน้ำได้อย่างปลอดภัย |
|
(3) มีการตรวจสอบ ปรับปรุง ซ่อมแซม ถังดักไขมัน หรือระบบบำบัดน้ำเสีย ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ |
การตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งาน กำหนดให้ร้านค้ามีการตรวจสอบสภาพถังดักไขมัน “วันละ 1 ครั้ง” โดยดำเนินการในช่วงหลังจากปิดร้าน เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เพิ่มคู่มือ วิธีการทำความสะอาดถังดักไขมัน และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง แม่บ้านต้องเข้าใจ |
|
(4) มีการตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำเสียอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเสียไปยังแหล่งอื่นๆ |
การจัดการน้ำเสียให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โดยน้ำเสียจากการใช้งานภายในอาคารและพื้นที่ประกอบอาหารจะได้รับการจัดการผ่านระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัยตามรูปแบบการเชื่อมต่อของพื้นที่ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและป้องกันการระบายน้ำเสียที่ไม่เหมาะสมลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะสำหรับบริเวณโรงอาหารหรือจุดประกอบอาหาร คณะฯ ให้ความสำคัญกับการติดตั้งและดูแล ถังดักไขมัน เพื่อแยกไขมันและเศษอาหารออกจากน้ำเสียก่อนเข้าสู่ระบบระบายน้ำ โดยผู้รับผิดชอบจะตักไขมันและเศษอาหารที่สะสมในถังออกเป็นประจำ ไม่ปล่อยให้มีการสะสมจนเกิดกลิ่นเหม็น การอุดตัน หรือส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสีย |























