เกณฑ์การประเมิน หมวดที่ 3

หมวดที่ 3 การใช้ทรัพยากรและพลังงาน

การดำเนินงานตามเกณฑ์สำนักงานสีเขียว (Green Office) ประจำปี 2569

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หมวด / ตัวชี้วัด ตามเกณฑ์สำนักงานสีเขียว ปี 2569 ข้อมูลการดำเนินงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. และหลักฐานการตรวจประเมิน
3.1 การใช้น้ำ

3.1.1 มาตรการหรือแนวทางใช้น้ำมีความเหมาะสมกับสำนักงาน จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

(1) กำหนดมาตรการประหยัดน้ำ การสร้างความตระหนักในการใช้น้ำ
(2) การกำหนดเวลาการใช้น้ำ เช่น เวลารดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
(3) มีการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
(4) การใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรือมีแผนในการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำในอนาคต

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) มาตรการประหยัดน้ำและการสร้างความตระหนัก: ออกประกาศกำหนดมาตรการประหยัดน้ำของคณะฯ โดยมอบหมายให้พนักงานทำความสะอาดและช่างประจำอาคารตรวจสอบการรั่วซึมของก๊อกน้ำ ท่อน้ำ และโถสุขภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ หากพบความชำรุดเสียหายให้แจ้งซ่อมทันทีผ่านระบบแจ้งซ่อมออนไลน์ พร้อมติดตั้งป้ายรณรงค์การปิดก๊อกน้ำให้สนิทหลังใช้งานบริเวณอ่างล้างมือและห้องน้ำทุกอาคาร รวมถึงประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งซ่อมให้บุคลากรและนักศึกษาที่พบเห็นสามารถแจ้งซ่อมได้ทันที
  • (2) การกำหนดเวลาการใช้น้ำ: กำหนดตารางและช่วงเวลาในการรดน้ำต้นไม้ตามความเหมาะสมของสภาพอากาศ (โดยงดเว้นการรดน้ำในวันที่ฝนตก) และบริหารจัดการน้ำรดน้ำต้นไม้ด้วยระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ (Timer) ตามรอบการทำงาน เพื่อควบคุมปริมาณการใช้น้ำและไม่ให้สูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์
  • (3) การนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Water Reuse): กำหนดแนวปฏิบัติในการนำน้ำทิ้งที่ยังมีคุณภาพดีกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำ ได้แก่ น้ำทิ้งจากเครื่องปรับอากาศ น้ำที่ผ่านระบบบำบัด น้ำทิ้งจากการล้างแก้วและภาชนะ น้ำดื่มที่เหลือจากการประชุม และน้ำล้นจากตู้กดน้ำดื่ม โดยนำมารองรับใส่ภาชนะเพื่อนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ในสวนหย่อมและล้างทำความสะอาดพื้นที่ภายนอกอาคาร
  • (4) การใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำและแผนปรับเปลี่ยน: ดำเนินการปรับปรุงและเปลี่ยนอุปกรณ์ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้เป็นรุ่นประหยัดน้ำ และใช้ระบบเซนเซอร์ (Sensor) อัตโนมัติเพื่อควบคุมปริมาณการใช้น้ำ พร้อมทั้งกำหนดแผนการดำเนินงานในการทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์เดิมที่ชำรุดให้เป็นอุปกรณ์ประหยัดน้ำอย่างต่อเนื่องในอนาคต

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf (โฟลเดอร์ประกาศคณะฯ)

2. เอกสารแนบ 3.1 มาตรการใช้น้ำ: การใช้มาตรการ หมวด 3

3. สื่อและป้ายรณรงค์ประหยัดน้ำ: เว็บไซต์ Green Content | โฟลเดอร์รูปการใช้น้ำ 3.1.1 | โฟลเดอร์สื่อและป้ายประหยัดน้ำ

4. ภาพถ่ายการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (น้ำท่อแอร์/น้ำเหลือจากห้องประชุม): โฟลเดอร์การ RE USE น้ำ

5. ภาพถ่ายสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและก๊อกน้ำระบบเซนเซอร์: โฟลเดอร์ตัวอย่างอุปกรณ์ประหยัดน้ำ

6. ระบบแจ้งซ่อมออนไลน์คณะวิศวกรรมศาสตร์: CMU Engineering Service Request

3.1.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้น้ำต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมาย และวิเคราะห์ผล

(1) การแสดงข้อมูลการใช้น้ำรายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้น้ำ
(3) สรุปผลการบรรลุ / ไม่บรรลุ

  • การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  • การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วย
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไข

การดำเนินงานและผลการวิเคราะห์

  • (1) การเก็บข้อมูลรายเดือน: คณะฯ จัดเก็บสถิติปริมาณการใช้น้ำประปารายเดือนอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกอาคาร โดยรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานดูแลระบบสาธารณูปโภค บันทึกลงในระบบฐานข้อมูลเพื่อคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำรวม และจัดทำเป็นกราฟแสดงแนวโน้มการใช้น้ำในแต่ละเดือนเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะฯ อย่างสม่ำเสมอ
  • (2) การเปรียบเทียบข้อมูลกับปีฐานและข้อมูลต่อหน่วย: นำข้อมูลปริมาณการใช้น้ำรายเดือนของปีประเมินมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปีฐาน ทั้งในรูปแบบปริมาณการใช้น้ำรวม ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยรายเดือนและรายวัน
  • (3) สรุปผลการดำเนินงานเทียบกับค่าเป้าหมาย: นำผลการเปรียบเทียบปริมาณการใช้น้ำสะสมและอัตราการใช้น้ำต่อหน่วยมาประเมินผลเทียบกับค่าเป้าหมายการประหยัดทรัพยากรน้ำที่คณะฯ กำหนดไว้ พบว่าผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยทั้งปริมาณการใช้น้ำรวมและอัตราการใช้น้ำเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับปีฐาน สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการประหยัดน้ำ
  • (4) การวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง:
    • การวิเคราะห์สาเหตุ: การเฝ้าระวังความผิดปกติของระบบท่อประปาใต้ดิน ซึ่งเมื่อตรวจพบแนวโน้มการใช้น้ำสูงผิดปกติจากเหตุท่อประปาแตกรั่ว ทีมช่างได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการใช้น้ำกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับผลสำเร็จจากการติดตั้งก๊อกน้ำระบบเซนเซอร์ สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ และการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
    • แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง: 1) รณรงค์และสร้างจิตสำนึกในการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าผ่านกิจกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ของคณะฯ อย่างต่อเนื่อง 2) กำหนดให้ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำในการปรับปรุงหรือก่อสร้างอาคารใหม่ พร้อมทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์เดิมในอาคารต่างๆ ให้เป็นรุ่นประหยัดน้ำ 3) ขยายผลการหมุนเวียนนำน้ำทิ้งคุณภาพดีจากระบบปรับอากาศและการล้างอุปกรณ์กลับมาใช้รดน้ำต้นไม้และทำความสะอาดพื้นภายนอกอาคาร และ 4) ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบท่อประปาเชิงรุก พร้อมจัดรอบเดินสำรวจแนวท่อประปาอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. เอกสารแนบ 3.2 การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การใช้น้ำ: การใช้มาตรการ หมวด 3 และวิเคราะห์ผล

2. ไฟล์ฐานข้อมูลและกราฟเปรียบเทียบ: green_office_dashboard.xlsx | green_office_dashboard_final.xlsx | โฟลเดอร์ 3.1.2 การจัดทำข้อมูลการใช้น้ำ

3. เว็บไซต์แสดงสถิติการใช้น้ำ: เว็บไซต์ข้อมูลสถิติการใช้น้ำ Green Office ENG CMU

4. รายงานการนำเสนอข้อมูลการใช้ทรัพยากรต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะฯ (กบค.): โฟลเดอร์รายงานน้ำไฟ กบค.

3.1.3 การปฏิบัติตามมาตรการประหยัดน้ำในพื้นที่ทำงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรในพื้นที่)

(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงาน มีการปฏิบัติตามมาตรการและไม่พบน้ำหยด รั่วไหล จากอุปกรณ์ในห้องน้ำ ก๊อกน้ำ
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือแนวทางการใช้น้ำของหน่วยงานได้ และนำไปสู่การปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(3) สัมภาษณ์บุคลากรถึงข้อมูลการใช้น้ำของหน่วยงาน (สาเหตุของการบรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)

3.2 การใช้พลังงาน (ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง)

3.2.1 มาตรการหรือแนวทางการใช้ไฟฟ้าเหมาะสมกับสำนักงาน จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

(1) กำหนดมาตรการประหยัดการใช้ไฟฟ้า การสร้างความตระหนักในการใช้ไฟฟ้า
(2) การกำหนดเวลาการใช้ไฟฟ้า / อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เวลาการเปิด – ปิด เป็นต้น
(3) การใช้พลังงานทดแทน
(4) มีการใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า หรือมีแผนในการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าในอนาคต

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) มาตรการประหยัดไฟฟ้าและการสร้างความตระหนัก: กำหนดแนวปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้าครอบคลุมระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ลิฟต์โดยสาร (รณรงค์การเดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ในชั้นที่ติดกัน) เครื่องใช้สำนักงาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ (เช่น การจัดวางตู้เย็นและเครื่องทำน้ำเย็นให้มีระยะห่างจากผนังอย่างเหมาะสมเพื่อการระบายความร้อนที่ดี และการจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนกลางเพื่อใช้งานร่วมกัน) พร้อมติดสติกเกอร์สัญลักษณ์เปิด-ปิดตามโซนการใช้งาน และสื่อสารสร้างความตระหนักผ่านแคมเปญรณรงค์ประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง
  • (2) การกำหนดเวลาการใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า:
    • แสงสว่างและอุปกรณ์สำนักงาน: กำหนดให้ปิดไฟส่องสว่างและพักหน้าจอคอมพิวเตอร์ในช่วงเวลาพักกลางวันและเมื่อไม่มีผู้ปฏิบัติงาน ตั้งค่าระบบจัดการพลังงานของคอมพิวเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสารให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน (Standby/Sleep Mode) อัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน รวมถึงปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กออกทุกครั้งหลังเลิกงาน
    • เครื่องปรับอากาศ: กำหนดช่วงเวลาการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศในห้องปฏิบัติงานอย่างชัดเจนเพื่อลดชั่วโมงการทำงานของคอมเพรสเซอร์ โดยในช่วงก่อนเวลาเลิกงานให้ใช้ประโยชน์จากความเย็นสะสมภายในห้อง ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในระดับที่เหมาะสมตามเกณฑ์ประหยัดพลังงาน และสำหรับห้องประชุมกำหนดให้เปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนเริ่มประชุมเฉพาะเวลาที่เหมาะสมและปิดสวิตช์ทันทีเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ
  • (3) การใช้พลังงานทดแทน: ส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานสะอาดโดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) กระจายตามอาคารเรียน อาคารปฏิบัติการ อาคารโรงอาหาร และลานจอดรถของคณะฯ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดใช้ภายในหน่วยงานทดแทนการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากสายส่งหลัก พร้อมทั้งมีระบบตรวจวัดและติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์
  • (4) การใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าและแผนปรับเปลี่ยน: ดำเนินการปรับเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างภายในอาคารเป็นหลอดประหยัดพลังงาน LED ปลดหลอดไฟในจุดที่มีแสงสว่างเพียงพอหรือจุดที่ไม่จำเป็น ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor) สำหรับควบคุมระบบแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลางหรือห้องน้ำอาคารเรียนรวม และดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเก่าที่มีอายุการใช้งานนานให้เป็นเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ที่มีฉลากประหยัดไฟ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมมีกระบวนการดูดกลับสารทำความเย็นเดิมไปจัดการทำลายอย่างถูกวิธี

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf (โฟลเดอร์ประกาศคณะฯ)

2. เอกสารแนบ 3.3 มาตรการใช้ไฟฟ้า: การใช้มาตรการ หมวด 3.docx | โฟลเดอร์การดำเนินงานตามมาตรการของคณะฯ

3. ภาพถ่ายระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) และมาตรการประหยัดไฟฟ้า: โฟลเดอร์ 3.2.1 รูปการใช้พลังงานไฟฟ้า

4. แผนและโครงการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูง (Inverter เบอร์ 5): โฟลเดอร์แผนเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศฯ | แบบฟอร์มโครงการ QF-AD-100-04 | ไฟล์ข้อมูลแอร์ 1.6.2.xlsx | สถานะการรื้อถอน ณ วันที่ 20-10-69.pdf

3.2.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมาย และวิเคราะห์ผล

(1) การแสดงข้อมูลการใช้ไฟฟ้ารายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้ไฟฟ้า
(3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ

  • การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  • การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วย
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไข

การดำเนินงานและผลการวิเคราะห์

  • (1) การแสดงข้อมูลรายเดือนแยกแหล่งจ่าย: คณะฯ จัดเก็บและรวบรวมสถิติหน่วยการใช้ไฟฟ้ารายเดือนอย่างเป็นระบบ โดยแยกข้อมูลตามแหล่งจ่ายพลังงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA Grid) และไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar PV) จากนั้นนำข้อมูลมาจัดทำกราฟแสดงสถิติเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานและนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะฯ เป็นประจำทุกเดือน
  • (2) การเปรียบเทียบข้อมูลปีฐานกับปีประเมินและข้อมูลต่อหน่วย: นำข้อมูลการใช้ไฟฟ้ารายเดือนของปีประเมินมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปีฐาน ทั้งในด้านปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม ปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากสายส่งหลัก สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ดัชนีการใช้พลังงานต่อหน่วยพื้นที่ใช้สอยอาคาร (EUI) และอัตราการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยประชากร
  • (3) แนวทางการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง:

1) รณรงค์และสร้างจิตสำนึกแก่บุคลากรและนักศึกษาให้ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การปิดไฟช่วงพักกลางวัน การปิดสวิตช์ไฟและเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ใช้งาน และการควบคุมเวลาเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศตามที่กำหนด

2) เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในการปรับปรุงอาคาร พร้อมทยอยเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอดประหยัดพลังงาน LED และปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเดิมเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter)

3) ส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานสะอาดจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อทดแทนการดึงไฟฟ้าจากสายส่งหลักและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

4) ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าเชิงรุก หากพบอุปกรณ์ชำรุดให้แจ้งซ่อมผ่านระบบออนไลน์ทันที พร้อมจัดรอบทำความสะอาดแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศ ล้างเครื่องปรับอากาศ และล้างทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ตามแผนงานเพื่อรักษาประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. เอกสารแนบ 3.4 การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า: การใช้มาตรการ หมวด 3

2. ไฟล์ฐานข้อมูลและแดชบอร์ดเปรียบเทียบไฟฟ้า: green_office_dashboard.xlsx | green_office_dashboard_final.xlsx | GHG_ENG_CMU.xlsx

3. เว็บไซต์แสดงสถิติการใช้พลังงาน: เว็บไซต์ข้อมูลสถิติ Green Office ENG CMU

4. รายงานการนำเสนอข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะฯ: โฟลเดอร์รายงานน้ำไฟ กบค.

3.2.3 การปฏิบัติตามมาตรการประหยัดไฟฟ้าในพื้นที่ทำงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรในพื้นที่)

(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงาน มีการปฏิบัติตามมาตรการและไม่พบการเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ในจุดที่ไม่มีการปฏิบัติงาน
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือแนวทางใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานได้ และนำไปปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(3) สัมภาษณ์บุคลากรถึงการใช้ไฟฟ้าของหน่วยงาน (สาเหตุของการบรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)

3.2.4 มาตรการหรือแนวทางการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทางที่เหมาะสมกับสำนักงาน ดำเนินการดังนี้

(1) กำหนดมาตรการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทางที่เหมาะสมกับสำนักงาน
(2) การประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference)
(3) การศึกษาเส้นทาง และวางแผนการเดินทาง
(4) การตรวจสอบและซ่อมบำรุงดูแลยานพาหนะ
(5) การใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือการใช้รถไฟฟ้า หรือการเดินทางไปด้วยกัน

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) กำหนดมาตรการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม: กำหนดแนวปฏิบัติให้ผู้ขับขี่ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อจอดรถรอ

ขับขี่รถยนต์ส่วนกลางในอัตราความเร็วที่เหมาะสมและปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องยนต์หรือเบรกกะทันหัน

บันทึกประวัติการเดินทาง วัตถุประสงค์ และเลขไมล์ระยะทางทุกครั้งที่ใช้งาน

จัดเก็บสถิติการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายเดือนอย่างเป็นระบบ

รวมถึงเลือกใช้รถจักรยานยนต์ส่วนกลางทดแทนรถยนต์ในการรับ-ส่งเอกสารด่วนหรือติดต่อประสานงานระยะใกล้

  • (2) การประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference): สนับสนุนให้บุคลากรจัดการประชุม อบรม สัมมนา และการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (เช่น Zoom Meeting, Microsoft Teams และระบบ CMU e-Meeting) ร่วมกับการใช้ห้องประชุมอัจฉริยะของคณะฯ เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางด้วยยานพาหนะ
  • (3) การศึกษาเส้นทางและวางแผนการเดินทาง: นำระบบจองรถส่วนกลางออนไลน์ (e-Vehicle Booking) มาใช้บริหารจัดการการเดินทาง โดยระบบมีการระบุพิกัดสถานที่ปลายทาง จุดรับ และจุดส่งอย่างชัดเจน ช่วยให้พนักงานขับรถสามารถศึกษาเส้นทางล่วงหน้าและใช้ระบบนำทาง (GPS) เลือกเส้นทางที่เหมาะสม สั้น และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่สุดก่อนออกเดินทาง
  • (4) การตรวจสอบและซ่อมบำรุงดูแลยานพาหนะ: กำหนดแผนการตรวจเช็กสภาพและบำรุงรักษารถยนต์ส่วนกลางตามระยะเวลาและระยะทาง (Preventive Maintenance) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการดูแลรักษาเครื่องยนต์และการตรวจวัดเติมลมยางให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • (5) การเดินทางไปด้วยกัน (Carpool) ขนส่งสาธารณะ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV): จัดระบบรถร่วม (Carpooling) ผ่านระบบจองรถส่วนกลางออนไลน์ โดยจัดสรรให้บุคลากรหรือภาควิชาที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการในเส้นทางเดียวกันหรือเวลาใกล้เคียงกันเดินทางร่วมกันเพื่อลดจำนวนเที่ยววิ่งรถ รณรงค์การเดินแทนการใช้ยานพาหนะเมื่อติดต่อประสานงานในอาคารใกล้เคียง ส่งเสริมการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนพลังงานไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย (CMU Smart Transit) และนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มาใช้เป็นรถส่วนกลางของคณะฯ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf (โฟลเดอร์ประกาศคณะฯ)

2. เอกสารแนบ 3.5 มาตรการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง: การใช้มาตรการ หมวด 3 | โฟลเดอร์การดำเนินงานตามมาตรการของคณะฯ

3. ระบบจองรถส่วนกลางออนไลน์และวางแผนการเดินทาง: ระบบจองรถคณะวิศวกรรมศาสตร์ (e-Vehicle)

4. ภาพถ่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของคณะฯ และการรณรงค์สัญจรสีเขียว: โฟลเดอร์รถคณะใหม่ EV

5. ระบบการประชุมออนไลน์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

6. เอกสารประวัติการตรวจเช็คสภาพและซ่อมบำรุงยานพาหนะตามระยะ (PM รถทุกคัน): โฟลเดอร์ประวัติการซ่อมบำรุงยานพาหนะ

7. เว็บไซต์แสดงสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

3.2.5 มีการจัดทำข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อระยะทาง เปรียบเทียบกับเป้าหมาย และวิเคราะห์ผล

(1) การแสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
(3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ

  • การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อระยะทาง
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  • การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อระยะทาง
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไข

การดำเนินงานและผลการวิเคราะห์

  • (1) การเก็บข้อมูลรายเดือนและระยะทาง: คณะฯ จัดเก็บและติดตามข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของยานพาหนะส่วนกลางเป็นรายเดือนอย่างเป็นระบบ โดยแยกข้อมูลตามประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน/แก๊สโซฮอล์) ควบคู่กับการบันทึกประวัติการเดินทาง วัตถุประสงค์การขอใช้รถ และเลขไมล์ระยะทางการใช้งานจริง (กิโลเมตร) ในแต่ละรอบผ่านสมุดบันทึกการใช้รถและระบบจองรถส่วนกลางของหน่วยงาน
  • (2) การเปรียบเทียบข้อมูลปีฐานกับปีประเมินและข้อมูลต่อระยะทาง: นำข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรายเดือนและระยะทางการเดินทางของปีประเมินมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปีฐาน ทั้งในด้านปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรวมทุกประเภท ปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ยต่อเดือน อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อหน่วยบุคลากร และอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่อระยะทาง (กิโลเมตรต่อลิตร) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและใช้เป็นข้อมูลฐานในการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
  • (3) สรุปผลการดำเนินงานเทียบกับค่าเป้าหมาย: จากการเปรียบเทียบข้อมูลกับปีฐานพบว่าผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะฯ กำหนดไว้ โดยปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรวมและปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลของรถยนต์ส่วนกลางลดลงเมื่อเทียบกับปีฐาน ขณะที่ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อระยะทาง (กิโลเมตรต่อลิตร) มีแนวโน้มดีขึ้น
  • (4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุและแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง:
    • สาเหตุที่บรรลุผล: 1) การบริหารจัดการผ่านระบบจองรถส่วนกลางออนไลน์ (e-Vehicle) และการจัดระบบเดินทางร่วมกัน (Carpooling) ช่วยลดจำนวนเที่ยวการวิ่งรถและลดระยะทางการเดินทางที่ไม่จำเป็น 2) การปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติโดยเลือกใช้รถจักรยานยนต์ส่วนกลางทดแทนการใช้รถยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ในภารกิจระยะสั้น การรับ-ส่งเอกสารด่วน และการประสานงานภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งแม้จะมีการใช้น้ำมันเบนซินสำหรับรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นตามภารกิจ แต่สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลของรถยนต์ส่วนกลางได้อย่างมาก ส่งผลให้เกิดผลประหยัดน้ำมันรวมสุทธิอย่างชัดเจน และ 3) การนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มาใช้งานเป็นรถส่วนกลาง ควบคู่กับการจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ทดแทนการเดินทาง
    • แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง: 1) รณรงค์และกวดขันมาตรการจอดรถดับเครื่องยนต์และการขับขี่ด้วยอัตราความเร็วที่เหมาะสมปลอดภัย 2) คัดกรองและจัดทำระบบรถร่วม (Carpooling) ผ่านระบบจองรถออนไลน์อย่างต่อเนื่องสำหรับภารกิจที่มีเส้นทางเดียวกัน 3) ส่งเสริมการใช้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของมหาวิทยาลัย (CMU Smart Transit) และการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ส่วนกลางในภารกิจที่เหมาะสม และ 4) ตรวจเช็กลมยางและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ตามตารางการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างเคร่งครัด

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. เอกสารแนบ 3.6 การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง: การใช้มาตรการ หมวด 3

2. ตารางสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและแดชบอร์ด: green_office_dashboard.xlsx | GHG_ENG_CMU.xlsx

3. เว็บไซต์แสดงสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

3.3 การใช้ทรัพยากรอื่นๆ (กระดาษและอุปกรณ์สำนักงาน)

3.3.1 มาตรการหรือแนวทางการใช้กระดาษที่เหมาะสมกับสำนักงาน จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

(1) การสร้างความตระหนักในการใช้กระดาษ
(2) การกำหนดรูปแบบการใช้กระดาษ
(3) การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือไฟล์ดิจิทัล
(4) การนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) การสร้างความตระหนักในการใช้กระดาษ: สื่อสารและรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการลดการใช้กระดาษแก่บุคลากรผ่านเว็บไซต์สำนักงานสีเขียวของคณะฯ สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ และการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนแนวปฏิบัติการประหยัดกระดาษบริเวณเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารทุกจุดบริการ
  • (2) การกำหนดรูปแบบการใช้กระดาษ: กำหนดขั้นตอนการตรวจสอบและแก้ไขความถูกต้องของเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านระบบงาน (Drafting & Reviewing Workflow) ก่อนสั่งพิมพ์ทุกครั้งเพื่อลดการพิมพ์ผิดพลาด และในกรณีที่จำเป็นต้องพิมพ์เอกสารออกทางกระดาษ กำหนดให้ตั้งค่าการพิมพ์แบบสองหน้า (Double-sided Printing) และการย่อหน้ากระดาษตามความเหมาะสม
  • (3) การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์และไฟล์ดิจิทัล: ขับเคลื่อนองค์กรสู่สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless Office) โดยปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้ใช้ระบบสารสนเทศและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (CMU e-Document), ระบบลงนามดิจิทัล (e-Sign), ระบบเสนอโครงการ (e-Project), ระบบเบิกจ่ายและยืมเงิน (CMU Reimbursement), ระบบคลังพัสดุกลางออนไลน์ (INV-ENG), ระบบจัดการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) ตลอดจนการใช้แบบฟอร์มออนไลน์ในการสำรวจข้อมูลและลงทะเบียนกิจกรรมต่างๆ
  • (4) การนำกระดาษและซองเอกสารกลับมาใช้ใหม่: จัดตั้งกล่องคัดแยกกระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียว (Reuse Box) ประจำโต๊ะทำงานและบริเวณจุดวางเครื่องถ่ายเอกสาร เพื่อนำกลับมาใช้พิมพ์เอกสารร่างหรือทำกระดาษบันทึกข้อความภายใน (โดยคัดกรองเฉพาะเอกสารที่ไม่มีข้อมูลความลับของทางราชการหรือข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ PDPA) พร้อมทั้งส่งเสริมการหมุนเวียนนำซองเอกสารภายในกลับมาใช้ซ้ำ และรวบรวมกระดาษที่ใช้ครบทั้งสองด้านแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf (โฟลเดอร์ประกาศคณะฯ)

2. เอกสารแนบ 3.7 มาตรการประหยัดกระดาษและอุปกรณ์: การใช้มาตรการ หมวด 3 | โฟลเดอร์การดำเนินงานตามมาตรการของคณะฯ

3. ระบบสารสนเทศสนับสนุน Paperless Office: CMU e-Document | e-Project | CMU Reimbursement | e-Sign | e-Meeting | INV-ENG

4. ภาพถ่ายจุดจัดเก็บและกล่องคัดแยกกระดาษ Reuse หน้าเดียวประจำโต๊ะทำงาน: โฟลเดอร์ภาพถ่ายกระดาษ Reuse

5. สื่อประชาสัมพันธ์และการดำเนินงานลดใช้กระดาษ: เว็บไซต์สำนักงานสีเขียว Green Office

3.3.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้กระดาษต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมาย และวิเคราะห์ผล

(1) การแสดงข้อมูลการใช้กระดาษรายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้กระดาษ
(3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ

  • การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้กระดาษแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้กระดาษต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  • การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย:

(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้กระดาษแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้กระดาษต่อหน่วย
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไข

การดำเนินงานและผลการวิเคราะห์

  • (1) การเก็บข้อมูลรายเดือน: หน่วยพัสดุ งานบริหารทั่วไป ดำเนินการจัดเก็บสถิติปริมาณการจัดซื้อและเบิกจ่ายกระดาษเข้าคลังพัสดุกลางของคณะฯ เป็นรายเดือนอย่างต่อเนื่องผ่านระบบบริหารจัดการคลังพัสดุ เพื่อใช้ติดตามปริมาณการใช้ทรัพยากรกระดาษและนำไปคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
  • (2) การเปรียบเทียบข้อมูลปีฐานกับปีประเมินและข้อมูลต่อหน่วย: นำข้อมูลสถิติปริมาณการใช้กระดาษรายเดือนของปีประเมินมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปีฐาน ทั้งในด้านปริมาณการใช้กระดาษรวม ปริมาณการใช้กระดาษเฉลี่ยต่อเดือน และดัชนีการใช้กระดาษต่อหน่วยประชากร (เปรียบเทียบต่อจำนวนบุคลากรปฏิบัติงาน และต่อจำนวนผู้ใช้อาคารทั้งหมด) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและประสิทธิภาพการลดใช้กระดาษของหน่วยงาน
  • (3) สรุปผลการดำเนินงานเทียบกับค่าเป้าหมาย: จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่าผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายการลดการใช้กระดาษที่คณะฯ กำหนดไว้ โดยทั้งปริมาณการใช้กระดาษเฉลี่ยรายเดือนและอัตราการใช้กระดาษต่อหน่วยบุคลากรมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีฐาน
  • (4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุและแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง:
    • สาเหตุที่บรรลุผล: การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการเอกสารเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ (ได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ CMU e-Document, ระบบลงนามดิจิทัล e-Sign, ระบบเสนอโครงการ e-Project, ระบบเบิกจ่ายและคลังพัสดุออนไลน์ INV-ENG ตลอดจนระบบจัดการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ e-Meeting) ช่วยลดการพิมพ์หนังสือราชการ บันทึกข้อความ แบบฟอร์มการเบิกจ่าย และเอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบกระดาษลงอย่างชัดเจน ควบคู่กับการกำหนดรหัสผู้ใช้งาน (User Code) เพื่อควบคุมและติดตามปริมาณการสั่งพิมพ์ที่เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันส่วนกลาง และการนำกระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียวกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse)
    • แนวทางพัฒนาต่อเนื่อง: ขยายผลการใช้แบบฟอร์มดิจิทัลและระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนการใช้กระดาษให้ครอบคลุมทุกกระบวนการทำงาน ติดตามและควบคุมปริมาณการพิมพ์ผ่านรหัสผู้ใช้งานรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง รณรงค์การตั้งค่าพิมพ์สองหน้าและการใช้กระดาษซ้ำสำหรับเอกสารร่างภายใน รวมถึงคัดแยกกระดาษที่ใช้ครบทั้งสองด้านแล้วส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. เอกสารแนบ 3.8 การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การใช้กระดาษ: การใช้มาตรการ หมวด 3 และวิเคราะห์ผล

2. ไฟล์ฐานข้อมูลและกราฟเปรียบเทียบการใช้กระดาษ: green_office_dashboard.xlsx | green_office_dashboard_final.xlsx | GHG_ENG_CMU.xlsx (Scope 3 กระดาษ)

3. สรุปผลการใช้กระดาษและกราฟแนวโน้ม: โฟลเดอร์ 3.1.2/3.3.2 ข้อมูลทรัพยากร | เว็บไซต์สถิติ Green Office

3.3.3 การปฏิบัติตามมาตรการประหยัดกระดาษในพื้นที่ทำงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรในพื้นที่)

(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงาน มีการปฏิบัติตามมาตรการและไม่พบการใช้กระดาษสิ้นเปลือง
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือแนวทางใช้กระดาษของหน่วยงานได้ และนำไปปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(3) สัมภาษณ์บุคลากรถึงการใช้กระดาษของหน่วยงาน (สาเหตุของการบรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)

3.3.4 มาตรการหรือแนวทางการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์เหมาะสมกับสำนักงาน จะต้องประกอบไปด้วยรายละเอียดดังนี้

(1) กำหนดมาตรการในการใช้วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน
(2) มีแนวทางการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน
(3) การสร้างความตระหนักในการใช้

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) มาตรการในการใช้หมึกพิมพ์และวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน:
    • กำหนดให้ตั้งค่าเครื่องพิมพ์เป็นโหมดประหยัดหมึกพิมพ์ (Draft/Eco-mode และโหมดขาว-ดำ) เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการพิมพ์เอกสารทั่วไป และควบคุมการสั่งพิมพ์หรือถ่ายเอกสารรายเดือนด้วยรหัสผู้ใช้งาน (User Code)
    • จัดทำสัญญาเช่าบริการเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันส่วนกลางที่มีเงื่อนไขการตรวจเช็กและบำรุงรักษาเครื่องอย่างสม่ำเสมอโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งมีแนวปฏิบัติในการรวบรวมตลับหมึกและโทนเนอร์ที่ใช้หมดแล้วส่งคืนให้บริษัทคู่สัญญานำกลับไปเข้าสู่กระบวนการจัดการและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี โดยห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป
  • (2) แนวทางการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน: ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานโดยลดการใช้เครื่องพิมพ์ประจำโต๊ะส่วนบุคคลและรวมศูนย์เป็นเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชัน (Server Printer) ส่วนกลางตามจุดบริการต่างๆ ภายในคณะฯ ตลอดจนจัดตั้ง “จุดให้บริการอุปกรณ์สำนักงานส่วนกลาง” สำหรับใช้งานวัสดุและอุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน เช่น เครื่องเจาะกระดาษขนาดใหญ่ เครื่องตัดกระดาษ เครื่องเย็บกระดาษขนาดใหญ่ และแฟ้มเอกสารหมุนเวียน
  • (3) การสร้างความตระหนักในการใช้: รณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่บุคลากรในการเบิกใช้วัสดุและเครื่องเขียนแต่พอเหมาะ การใช้ปากกาชนิดเปลี่ยนไส้ได้ การดูแลรักษาอุปกรณ์สำนักงานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และการเลือกจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือมีฉลากเขียว ผ่านการสื่อสารบนเว็บไซต์และป้ายประชาสัมพันธ์ ณ จุดบริการส่วนกลาง

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf (โฟลเดอร์ประกาศคณะฯ)

2. เอกสารสัญญาเช่าเครื่องพิมพ์ที่มีเงื่อนไขการบำรุงรักษาและการรับคืนตลับหมึก: หลักฐานการรับรองเครื่อง Server Printer

3. ภาพถ่ายจุดให้บริการอุปกรณ์สำนักงานส่วนกลางและเครื่องพิมพ์ส่วนกลาง: โฟลเดอร์จุดให้บริการอุปกรณ์สำนักงานส่วนกลาง

4. การสื่อสารสร้างความตระหนักและแนวทางจัดซื้อวัสดุฉลากเขียว: เว็บไซต์สำนักงานสีเขียว คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช.

3.3.5 การดำเนินตามมาตรการประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรในพื้นที่)

(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงาน มีการปฏิบัติตามมาตรการประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน และไม่พบการใช้สิ้นเปลือง
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือแนวทางประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน และนำไปปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

3.4 การประชุมและการจัดนิทรรศการ (Green Meeting & Exhibition)

3.4.1 มาตรการหรือแนวทางการจัดการประชุมและนิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

(1) กำหนดมาตรการจัดการประชุม และนิทรรศการ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ Green Meeting
(2) มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากร
(3) มีการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือไฟล์ดิจิทัล ในการส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมการประชุม การส่งเอกสาร/ข้อมูลการประชุม ได้แก่ QR code, Email, Social Network, Intranet เป็นต้น

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) กำหนดมาตรการจัดประชุมและนิทรรศการสีเขียว (Green Meeting): ออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับการจัดการประชุม อบรม สัมมนา และการจัดนิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเชิญประชุม การจัดเตรียมเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การเลือกใช้สถานที่และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการงดใช้โฟมหรือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • (2) การประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Online / Hybrid Meeting): ส่งเสริมและจัดการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ และการประชุมประสานงานภายในคณะฯ ในรูปแบบออนไลน์หรือแบบผสมผสาน (Hybrid Meeting) ผ่านโปรแกรมประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting, Microsoft Teams และ CMU e-Meeting) เพื่อลดการใช้พลังงานในห้องประชุมและลดการเดินทาง
  • (3) การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการเชิญประชุมและส่งเอกสารประกอบการประชุม:
    • ดำเนินการส่งหนังสือเชิญประชุมและแจ้งนัดหมายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (CMU e-Document), ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail), แอปพลิเคชัน Line และปฏิทินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Calendar) พร้อมทั้งสำรวจจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้าผ่านแบบฟอร์มออนไลน์
    • จัดทำและเผยแพร่ระเบียบวาระการประชุม รายงานการประชุม และเอกสารประกอบการประชุมในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลผ่านระบบจัดการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (CMU e-Meeting) และ QR Code เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถดาวน์โหลดและเปิดอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทนการพิมพ์แจกเป็นรูปเล่ม รวมถึงใช้ระบบลงทะเบียนเข้าประชุมแบบดิจิทัลผ่าน QR Code

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติการประหยัดพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อม NEW.pdf และ ประกาศคณะฯ เรื่อง แนวทางสำหรับการจัดประชุม อบรม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ

2. เอกสารแนบ 3.9 การจัดประชุมและนิทรรศการในหน่วยงาน: การใช้มาตรการ หมวด 3

3. ระบบจัดประชุมอิเล็กทรอนิกส์และสารบรรณออนไลน์: ระบบ CMU e-Meeting | ระบบ CMU e-Document

3.4.2 การจัดการประชุมและนิทรรศการที่มีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากร – พลังงาน และลดของเสียที่เกิดขึ้น จะต้องดำเนินการดังนี้

(1) การกำหนดขนาดของห้องประชุมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุม
(2) ห้องประชุมหรือสถานที่จัดประชุม หรือพื้นที่จัดนิทรรศการไม่มีการตกแต่งด้วยวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก เช่น โฟม หรือลดการใช้พลังงานได้ (เป็นการประชุม Outdoor) เป็นต้น
(3) มีแนวทางปฏิบัติการใช้พลังงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ของการใช้ห้องประชุม
(4) การจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก ลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และต้องมีการคัดแยกขยะ

การดำเนินงานตามเกณฑ์ครบถ้วนทุกประเด็น

  • (1) การกำหนดขนาดห้องประชุมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุม: บริหารจัดการการใช้ห้องประชุมผ่านระบบจองห้องประชุมออนไลน์ของคณะฯ (e-Roombook) ซึ่งแสดงรายละเอียดขนาดและความจุของแต่ละห้องประชุมอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้จัดสามารถเลือกใช้ห้องประชุมที่มีขนาดเหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมจริง และในกรณีที่ไปจัดการประชุมหรือสัมมนานอกสถานที่ กำหนดแนวทางให้พิจารณาเลือกใช้สถานที่หรือโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)
  • (2) การงดใช้วัสดุตกแต่งแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและโฟม: ห้องประชุมและพื้นที่จัดกิจกรรมหรือนิทรรศการของคณะฯ งดเว้นการตกแต่งด้วยวัสดุประเภทโฟมหรือวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยเปลี่ยนมาใช้ป้ายชื่อผู้เข้าประชุมแบบอะคริลิคใสสอดกระดาษที่สามารถเปลี่ยนรายชื่อและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ทุกการประชุม การประชาสัมพันธ์ผ่านจอแสดงผลดิจิทัล (Digital Signage) และการใช้อุปกรณ์โครงสร้างหรือบอร์ดนิทรรศการแบบถอดประกอบที่นำกลับมาใช้งานซ้ำได้
  • (3) แนวทางปฏิบัติการใช้พลังงานและเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องประชุม: กำหนดแนวปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่เปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนเริ่มการประชุมเฉพาะเวลาที่เหมาะสม ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในระดับที่ช่วยประหยัดพลังงาน และปิดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ เครื่องเสียง เครื่องปรับอากาศ และไฟฟ้าส่องสว่างทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม พร้อมจัดเก็บอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งาน
  • (4) การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการคัดแยกขยะ:
    • สำรวจจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมอาหารและอาหารว่างในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุมจริง ช่วยลดการเกิดขยะเศษอาหารเหลือทิ้ง
    • งดใช้กล่องโฟมและบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยจัดเสิร์ฟอาหารว่างแบบบุฟเฟต์หรือใช้ภาชนะที่สามารถล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (เช่น จานกระเบื้อง ถ้วยแก้ว ช้อนส้อมสเตนเลส) หรือเลือกใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (เช่น ใบตอง ชานอ้อย หรือกระดาษ)
    • จัดจุดบริการน้ำดื่มแบบเติม (เหยือกน้ำดื่มและตู้กดน้ำดื่ม) ร่วมกับการรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมประชุมพกแก้วน้ำหรือกระบอกน้ำส่วนตัว และจัดเตรียมจุดคัดแยกขยะสำหรับรองรับขยะแต่ละประเภทหลังเสร็จสิ้นการประชุม

หลักฐานการตรวจประเมิน:

1. ระบบจองห้องประชุมออนไลน์และภาพถ่ายห้องประชุม: ระบบจองห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ (e-Roombook) | โฟลเดอร์รูปห้องประชุม

2. ภาพถ่ายการจัดประชุมแบบ Green Meeting ป้ายชื่ออะคริลิคใช้ซ้ำ เหยือกน้ำ แก้วน้ำส่วนตัว และการจัดอาหารว่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: โฟลเดอร์จัดประชุม จัดอาหาร

3. มาตรการการใช้ห้องประชุมและการคัดเลือกสถานที่ภายนอก: ประกาศคณะฯ ที่ 456/2569 (หัวข้อที่ 7) | รายชื่อโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) | การใช้มาตรการ หมวด 3